อยากลงทุนเปิดร้านสักคิ้ว 3 มิติ น่าลงทุนไหม? ต้องเริ่มต้นอย่างไร?

อยากเปิดร้านสักคิ้ว 3มิติ (3D) 

หรือสักคิ้ว 6มิติ (6D) 

น่าลงทุนหรือไม่?  

ต้องเริ่มต้นอย่างไร? 

ธุรกิจสักคิ้วสามมิติ หกมิติ 

กำลังมาแรง จริงหรือไม่?

 

วันนี้เราจะมาคุยกันค่ะว่าธุรกิจ

การสักคิ้ว3มิติ ปัจจุบันน่าลงทุนกันขนาดไหน

 

           เพราะมีหลายๆท่านที่กำลังมองหาธุรกิจที่สนใจ บ้างก็เป็นธุรกิจเสริม หรือบางก็เป็นธุรกิจหลักเลยก็มี ซึ่งก็มีหลายคนที่กำลังสนใจในธุรกิจ การสักคิ้ว 3D และสักคิ้ว 6D ก็มี เนื่องจากปัจจุบันนี้ธุรกิจการสักคิ้วกำลังเป็นที่นิยมในกลุ่มสาวๆเรากันมากค่ะ เนื่องจากปัจจุบันการสักคิ้วสามมิติ และหกมิติ มีเทคนิคใหม่ๆที่ทำให้สามารถสักคิ้วได้เหมือนธรรมชาติมากจนไม่สามารถแยกออกเลยว่าเป็นคิ้วที่ผ่านการสักมาหรือเป็นคิ้วธรรมชาติ จึงทำให้ได้รับความนิยมกันมากในหมู่สาวๆหนุ่มๆ ทั้งผู้หญิงผู้ชาย ทั้งวันรุ่น หรือวัยผู้สูงอายุรุ่นคุณแม่คุณป้าก็ว่าได้หรือบางครั้งเห็นมีมาสักคิ้วกันทั้งครอบครัวพ่อแม่ลูกเลยก็มีค่ะ จะต่างจากสมัยก่อนๆที่นิยมสักคิ้วกันในราคาไม่แพงมากเป็นการสักคิ้วถาวรแบบไสลด์ทึบเพียงอย่างเดียว แต่ก็ไม่เป็นที่นิยมในวงกว้างมากนัก และในยุคนั้นการสักคิ้วจะเป็นเรื่องที่เจ็บมาก เนื่องจากเป็นเรื่องของยาชาและเทคนิคแบบเดิมๆ จึงทำให้ไม่เป็นที่นิยมกันมากนัก แต่ปัจจุบันนี้ การสักคิ้วได้พัฒนาไปมากมีเทคนิคใหม่ๆเป็นการสักขนคิ้วขึ้นมาใหม่ทีละเส้นๆ ตามแบบที่ออกไว้ เป็นเส้นขนที่เป็นธรรมชาติมีมิติเหมือนกับเส้นขนคิ้วจริงๆแทบจะดูไม่ออกเลยว่าเป็นการสักคิ้วมา ด้วยเหตุนี้จึงทำให้การสักคิ้วสามมิติและสักคิ้วหกมิติ จึงได้รับความนิยมสูงขึ้นเรื่อยๆค่ะ

 

           ปัจจุบัญเราจึงเห็นว่ามีร้านสักคิ้วสามิติ สักคิ้วหกมิติ และสถาบันการเรียน การสอนการสักคิ้ว3มิติ สักคิ้ว6มิติ เกิดขึ้นกันเป็นจำนวนมาก ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เพราะว่าธุรกิจการสักคิ้ว มี Barrier to Entry ที่ต่ำ หรือเป็นธุรกิจที่เขาง่ายออกง่ายตลาดมี  Potential Entrants การเข้ามาของคู่แข่งขันรายใหม่ที่สูงมาก แต่ก็ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีให้กับผู้ที่ต้องการสักคิ้วค่ะเนื่องจากเมื่อก่อนการสักคิ้วสามมิติจะมีราคาสูงมากแต่ปัจจุบันก็มีราคาไม่สูงมากเริ่มตั้งแต่ราคา หลัก 1,000 บาท จนถึงหลัก 10,000 บาท ขึ้นไป ถูกหรือแพงก็อยู่ที่ฝีมือของช่างที่สักให้ หรืออยู่ที่ความต้องการ บวกกับความพึงพอใจในราคาไหน ก็สามารถเลือกกันได้ตามใจค่ะ

           สำหรับการมองว่าเปิดร้านสักคิ้วสามมิติ สักคิ้วหกมิติ น่าลงทุนหรือไม่ ก็คงเป็นเรื่องที่ตอบกันยากมากๆ เพราะการเริ่มต้นทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจอะไร ก็ถือว่าเป็นการลงทุนและมีความเสี่ยงด้วยกันทั้งนั้น แต่ที่สำคัญก็ต้องมีข้อมูลต่างๆมากพอและ สำรวจตัวเราเองหลายๆด้านก่อนลงทุนเสมอได้แก่

 

          1. ด้านความชอบ  เรื่องความชอบถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมากค่ะในการทำธุรกิจไม่ว่าจะเป็นการทำธุรกิจอะไรถ้าเราชอบในธุรกิจนั้นแล้วก็ถือว่าได้เปรียบ เพราะเราจะสนุกกับงานที่ทำจนไม่รู้สึกเหนื่อยกับมันเมื่อเจอปัญหา สำหรับงานเรื่องการสักคิ้วถือว่าเป็นงานด้านศิลปะเ นื่องจากเกี่ยวกับความสวยความงาม แต่การสักคิ้วบางครั้งก็ต้องเจอกับเลือดบางในบางเคสงาน ถ้าเป็นคนที่ไม่ชอบเห็นเลือดก็คงจะลำบากหน่อยค่ะแต่ถ้าคิดว่าอยากทำก็ต้องทำใจให้ได้ และที่สำคัญงานด้านการสักคิ้วสามมิติสักคิ้วหกมิติ เป็นงานที่ต้องรับแรงกดดันในงานมากนิดหน่อย ตรงที่เราต้องรับผิดชอบกับผลงานที่ทำให้กับลูกค้า เพราะลูกค้าที่ไว้ใจทำกับเราจะต้องคาดหวังและฝากความหวังเรื่องความสวยความงามไว้กับเราว่างานที่ออกมาจะต้องเลิศ แต่ถ้าเราชอบและมีความชำนาญเรื่องเหล่านี้ก็ไม่เป็นปัญหาอะไร มีแต่จะมีความสนุก และความสุขกับงานที่ออกมาแต่ละครั้งทำให้ลูกค้ามีความสุขเราก็จะมีความสุขไปด้วยค่ะ

 

          2. ด้านเงินทุน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องประมาณการ งบประมาณของเราก่อนว่าเราต้องการจะทำธุรกิจเล็กหรือใหญ่ขนาดไหนแต่ถ้ามีเงินงบประมาณมากๆ ก็สามารถลงทุนได้โดยไม่ต้องกังวลอะไร เนื่องจากการเปิดร้านสักคิ้วจะมีเรื่องของทำเลมาเป็นส่วนเกี่ยวข้องทำให้ตั้นทุนสูงหรือต่ำได้ ถ้าทำเลที่ดีอยู่ในย่านธุรกิจก็จะมีต้นทุนที่สูงไปด้วย การตกแต่งก็สำคัญ ถ้าตกแต่งให้ดูดี ก็ย่อมใช้เงินลงทุนสูงด้วยเช่นกัน อาจเป็นหลายๆแสนบาทจนถึงหลายๆล้านบาทก็มี แต่ในกรณีที่ต้องการเริ่มต้นขั้นต่ำสุดๆ ก็น่าจะลงทุนไม่มาก เช่นบางคนก็ไม่มีการเปิดลงทุนหน้าร้านรับลูกค้าเลย แต่เป็นการรับงานนอกสถานที่คือเดินทางไปทำให้กับลูกค้าตามที่ต่างๆได้เลย แต่การทำงานลักษณะนี้ก็จะต้องมีเครือข่าย มากๆถึงจะประสบความสำเร็จได้ ในกรณีที่ต้องการเป็นช่างสักคิ้วที่มีระบบแบบมีกระเป๋าใบเดียวรับงานนอกสถานที่อย่างเดียวก็คงลงทุ่นอะไรไม่มากนัก นอกจากลงทุนเรื่องอุปกรณ์และการเรียนสักคิ้ว3มิติ สักคิ้ว6มิติ ก็เพียงพอ ซึ่งการเรียนสักคิ้วร่วมกับอุปกรณ์ ก็เริ่มต้นในการลงทุนก็ประมาณ 30,000-50,000 บาทขึ้นไปก็สามารถเป็นช่างสักคิ้วกันได้แล้วค่ะ ดังนั้นก็คงประมาณการได้ว่าเราต้องการลงทุนระดับไหนที่เหมาะสมกับเราที่สุด จะเปิดร้านใหญ่หรือเล็กก็สามารถประมาณการได้ตามกำลังที่มีค่ะ

           3. ด้านการแข่งขัน  ธุรกิจด้านการสักคิ้วถือว่าเป็นธุรกิจที่มี Barrier to Entry ที่ต่ำ หรือเป็นธุรกิจที่สามารถเข้าง่ายออกง่ายและตลาดก็มีการเข้ามาของคู่แข่งขันรายใหม่ที่สูงมาก (Potential Entrants)เนื่องจากใช้งบลงทุนไม่สูงมากนัก ถ้าเราดูเรื่องการแข่งในปัจจุบันก็ถือว่าเริ่มมีการแข่งขันกันสูงขึ้นเรื่อยๆในช่าวเวลา 1 ถึง 2 ปี ที่ผ่านมาดูได้จากจำนวนร้านสักคิ้วที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆในแต่ล่ะวัน ในทั่วประเทศ ถ้าจะดูง่ายๆคือการเรียนสักคิ้ว สามารถเรียนให้จบได้ ภายใน 3-7 วันหรือมากกว่านั้นนิดหน่อย ซึ่งการลงทุนค่าเรียนก็ไม่ได้สูงมากนัก เเละเมื่อจบออกมาก็สามารถไปเปิดร้านเองได้ทันที แต่เรื่องคุณภาพผลงานคงต้องดูกันให้ดีค่ะ เพราะช่างที่จบมาแล้วก็ไม่ได้หมายความว่าสามารถสักคิ้วให้ลูกค้าได้สวยเลยทุกๆคน เพราะงานด้านนี้ต้องอาศัยเรื่องทักษะความชำนาญประกอบด้วย และตัวชี้วัดข้อมูลการแข่งขัน อีกอย่างก็คือจากการ search engine ทางอินเตอร์เน็ต จะเห็นว่ามีจะนวนการแข่งขันกันสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่ในการแข่งขันทางธุรกิจก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติในการทำธุรกิจ ไม่ว่าเราจะทำธุรกิจอะไร ในยุคปัจจุบันก็มีการแข่งขันกันสูงทั้งนั้น แต่ถ้าเรามีใจรักในอาชีพ และมุ่งมั่น ก็ไม่ใช้เรื่องยากที่จะทำธุรกิจด้านนี้ค่ะ และจากประสบการณ์ที่เห็นและทราบจากข้อมูลที่ได้จากสถาบันต่างๆ ที่เคยไปเรียนด้านการสักคิ้วมา ก็ทราบว่ามีลูกศิษย์ที่เรียนแล้วไปเปิดธุรกิจเลยก็มี บางส่วนก็ไม่ได้เปิดทำธุรกิจ และมีทั้งร้านที่เปิดขึ้นใหม่และบ้างก็ปิดไปตามความสามารถและฝีมือของช่างเป็นส่วนประกอบค่ะ ก็ไม่ได้หมายความว่า 100% ก็จะประสบความสำเร็จทั้งหมด จะสำเร็จก็ประมาณ 10-20% ก็ถือว่าเป็นสัดส่วนปกติของการลงทุนเปิดธุรกิจทั่วๆไป แต่ถ้าเรามั่นใจและมีใจรักในงานด้านนี้ก็ไม่หน้าหนักใจค่ะ โอกาสที่เราจะประสบความสำเร็จก็อยู่ไม่ไกลค่ะ 

 

           4. ด้านตลาดลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย และพื้นที่หรือทำเลที่ตั้งธุรกิจ สำหรับเรื่องตลาดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่เป็นลูกค้าที่ต้องการสักคิ้ว ในปัจจุบันจะมีลูกค้าที่ต้องการสักคิ้วอยู่ทั่วประเทศก็ว่าได้ ทั้งผู้หญิง ผู้ชาย ถ้าดูจากจำนวนประชากรทั้งประเทศ มองแบบง่ายๆว่ามีวัยรุ่น วัยทำงาน จนถึงผู้ใหญ่ วัยสูงอายุ ก็มากกว่าห้าสิบเปอร์เซ็น ของประชาการ ทั้งประเทศ ถ้ามองตัวเลขแบบง่ายๆ ก็แสดงว่าเรายังมีลูกค้าอยู่อีกเป็นจำนวนมหาศาล ถึงแม้เราจะหักกลุ่มลูกค้าที่ไม่มีความต้องหรือไม่มีปัญหาเรื่องคิ้วออกแล้วก็ตาม และที่สำคัญการสักคิ้ว3 มิติ ปัจจุบัน ก็มีอายุการสักคิ้วอยู่ได้ประมาณ 3-5 ปี แล้วแต่สภาพผิวของแต่ล่ะคนหลังจากนั้นก็ต้องสักใหม่ และปัจจุบันเรื่องการสักคิ้วเสริมโหงวเฮ้งก็กำลังได้รับความนิยมกันสูงมากขึ้น ดังนั้นก็คงไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีลูกค้าให้สักคิ้วหรือลูกค้าหมดไปง่ายๆ เพราะเรื่องความสวยความงาม นับวันยิ่งมีความสำคัญกับสาวๆมากขึ้นไปเรื่อย ถ้าเปรียบเหมือเรือทุกลำออกหาปลาในมหาสมุทรที่กว้างใหญ่ มีเรือมากมาย แต่ขณะเดียวกันก็มีปลามากมายหลายชนิดให้จับ อยู่ที่ว่าใครจะมีความสามารถเเละเทคนิคในการจับได้มากกว่ากันจะมากจะน้อยก็เป็นเรื่องของความสามารถของแต่ล่ะคนค่ะ  ส่วนพื้นที่ตลาดของลูกค้าเป้าหมายก็มีอยูทั่วประเทศ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด มีให้เลือกให้เปิดบริการ แต่ในส่วนสำหรับ เรื่องทำเลที่ตั้งผู้เขียนมองว่าเป็นส่วนประกอบที่สำคัญเช่นกัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า จะเป็นปัญหาหลักที่ต้องกังวล ก็จากที่ได้กล่าวมาข้างต้นบ้างแล้วว่า ถ้าช่างที่มีฝีมือเก่งมากๆ จะอยู่ใกล้ หรือไกล ลูกค้าก็สามารถเดินทางไปหาได้ไม่ยาก เพราะเรื่องความสวย สำคัญค่ะจะเดินทางไกล ต้องจ่ายมากเท่าไรก็ต้องไปถ้าพอใจในผลงาน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่สามารถปรับวิธีการในการให้บริการได้ เราไม่ควรกังวลเรื่องทำเลที่ตั้งให้มาก แต่ขณะเดียวกันเราต้องสามารถสื่อสารโฆษณาและประชาสัมพันธ์ให้ลูกค้ารับทราบถึงผลงานเราให้ได้ก็พอ ดังนั้นโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในธุรกิจก็เกิดขึ้นได้ไม่ยากเช่นกันค่ะ

 

           5. เริ่มต้นอย่างไรกับธุรกิจการสักคิ้ว 3 มิติ สักคิ้ว 6 มิติ  คำถามว่าจะเริ่มต้นลงทุนธุรกิจสักคิ้วอย่างไร คงตอบได้ไม่ยากเท่ากับตอบคำถามที่ว่า ธุรกิจการสักคิ้วสามมิติสักคิ้วหกมิติน่าลงทุนหรือไม่ ตามที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น  ถ้าอ่านมาจากข้างต้นก็สามารถตอบคำถามตัวเองได้ว่าเราพร้อมที่จะลงทุนในธุรกิจหรือยัง ถ้าพร้อมก็เริ่มโดยการเริ่มหาที่เรียนสักคิ้ว เป็นความสำคัญอันดับแรกเลย หาข้อมูลว่าเราควรเรียนสักคิ้วที่ไหน เลือกอย่างไร  เพราะถ้าเราเรียนจบและเก่งมากขึ้นมีความสามารถจนเป็นช่างที่ชำนาญได้แล้ว อย่างอื่นก็ไม่ใช้เรื่องยากอีกต่อไป เมื่อพัฒนาฝีมือตัวเองจนชำนาญ ก็ค่อยคิดเรื่องลงทุนเปิดร้าน เป็นลำดับต่อไปก็ยังไม่สาย เรื่องการพัฒนาฝีมือให้เก่งให้ชำนาญถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่สุดมากกว่าเรื่องอื่นค่ะ


            สุดท้ายผู้เขียนก็ขอเอาใจช่วยเพื่อนที่กำลังหาข้อมูลในเรื่องนี้นะคะ เราจะได้มาช่วยกันเพิ่มความสุขให้กับสาวๆ ในประเทศของเราเพราะลูกค้ายังรอคุณอยู่อีกมากค่ะ


โปรพิม@charinamakeup

Visitors: 1,591,934